บทความ


แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ดียังไง ?
แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ดียังไง ?

     แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีสรรพคุณที่ไม่ต่างกับน้ำมันมะพร้าวชนิดขวด แต่เพื่อความสะดวกในการรับประทานสำหรับคนที่ทานยาก ไม่ชอบรสชาติหรือกลิ่น

 

     ในแคปซูลน้ำมันมะพร้าวนั้น มีคุณค่าจากส่วนประกอบที่มีประโยชน์ ดังนี้

 

  • กรดลอริก (Lauric Acidคือ กรดไขมันอิ่มตัว สายโซ่ปานกลาง สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ตับอย่างรวดเร็ว ให้คุณสมบัติด้านสุขภาพและความงามที่ดีที่สุด

  • กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) คือ ค่าที่บ่งบอกถึงปริมาณกรดไขมันอิสระที่ไม่ดีกับร่างกาย ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดว่าน้ำมัน Extra Virgin Oil จะต้องมีค่านี้ต่ำกว่า 0.5% เป็นอย่างน้อย

  • วิตามินอี ในรูปของอัลฟ่าโทโคเฟอรอล (Vitamin E- Alpha-Tocopherol) คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันและซ่อมแซมการสึกหรอของผิว ผม และเล็บ ยิ่งมีมากจะช่วยชะลอความแก่ โดยเฉพาะวิตามินที่อยู่ในรูปของอัลฟ่าโทโคเฟอรอล ซึ่งได้จากกระบวนการสกัดเย็นเท่านั้น จึงจะรักษาวิตามินอีในรูปแบบดังกล่าวไว้ได้มากที่สุด

  • ค่าเพอร์ออกไซด์ (Peroxide Value) คือ ค่าที่บ่งบอกความเสถียรของน้ำมันมะพร้าว ว่าจะไม่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ค่ายิ่งน้อยก็ยิ่งเก็บได้นาน ไม่ทำให้เกิดกลิ่นหืน และสีใสไม่เปลี่ยนแปลง

  • ค่าบอกปริมาณความชื้นและสารระเหยง่าย (Moisture and Volatile Matter) ค่าบอกปริมาณความชื้น หากมีมากจะทำให้เกิดกลิ่นหืนเร็ว หากมีน้อยแสดงว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถคงคุณภาพและคุณค่าสารอาหารได้นานโดยสี กลิ่น รส ไม่เปลี่ยนแปลง

 

     จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบต่าง ๆ นั้นเป็นส่วนช่วยทำให้สุขภาพดี เพราะทันทีที่ทานน้ำมันมะพร้าว จะได้รับพลังงาน และยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เร่งกระบวนการเผาผลาญ เพิ่ม HDLหรือไขมันที่ดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของกระดูกให้แข็งแรง ยังช่วยให้ผิวพรรณนุ่มเนียน ดูอ่อนกว่าวัยอีกด้วย

 

     วิธีรับประทานแคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร ควรทานในช่วงเช้าก่อนอาหารจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะหลังจากที่ร่างกายอดแป้งและน้ำตาลมาทั้งคืน การทานน้ำมันมะพร้าวเข้าไป ถือเป็นอาหารชั้นเลิศในการเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และดูดซึมได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเซลล์สมอง

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tropicanaoil

จุดเด่นของแคปซูลชนิดนิ่ม
จุดเด่นของแคปซูลชนิดนิ่ม

          ยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในรูปแบบแคปซูลนิ่มนั้น มีรูปร่างและสีสันสวยงาม ทำให้ผู้ป่วยจดจำลักษณะของยาจากสีได้ อีกทั้งยังสามารถกลบกลิ่นรสของตัวยาได้ดี ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยได้ สรรพคุณดีงามขนาดนี้เรามาดูจุดเด่นของแคปซูลชนิดนิ่มกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง ?

 

     1. ค่าความคงตัวที่ดีกว่า

     เนื่องจากเปลือกเจลาตินของแคปซูลนิ่มนั้น สามารถปกป้องส่วนประกอบได้เป็นอย่างดีจากอากาศและความชื้น ทำให้ประสิทธิภาพของการคงตัวของอายุในการเก็บรักษายาวนาน ยากต่อการเสื่อมสภาพ

 

     2. การดูดซึมที่รวดเร็วและอัตราการดูดซึมตัวยาที่เหนือกว่า

     สารที่บรรจุในแคปซูลนิ่มมักเป็นของเหลว มีลักษณะเป็นน้ำหรือเป็นสารที่มีลักษณะข้นเหนียว ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมของเหลวเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและในปริมาณที่มาก พร้อมทั้งการแตกตัวที่ดีกว่า ดังนั้นอัตราปริมาณการดูดซึมตัวยาจึงดีกว่ารูปแบบเม็ดแท็บเล็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินหรือสารที่ถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลนิ่มแต่ละเม็ดนั้น จะมีปริมาณความเที่ยงตรงสูงยิ่งกว่ารูปแบบเม็ดแท็บเล็ตและแคปซูลเปลือกแข็ง

 

     3. ผลข้างเคียงที่น้อยกว่า

     ด้วยปริมาณการดูดซึมตัวยาที่ดีกว่า แคปซูลนิ่มจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งปริมาณของสารที่ใช้ในการออกฤทธิ์ในปริมาณมากเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ที่เทียบเท่าหรือการออกฤทธิ์ที่แรงยิ่งกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับยารูปแบบอื่นๆ ดังนั้นจึงทำให้เกิดผลข้างเคียงได้น้อยกว่า

 

     4. เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

     แคปซูลนิ่มสามารถผลิตได้หลากสี หลายรูปทรง เพิ่มมูลค่า และสร้างความแตกต่าง เมื่อเทียบกับยาในรูปแบบรับประทานอื่นๆ

 

     5. ง่ายต่อการรับประทาน

     แคปซูลนิ่มกลืนง่ายด้วยพื้นผิวที่ลื่นของแคปซูล พร้อมทั้งยังช่วยกลบกลิ่นและรสของตัวยาได้ดี ทำให้รับประทานได้ง่าย

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก bode

ส่วนประกอบสำคัญของแคปซูลแบบนิ่ม
ส่วนประกอบสำคัญของแคปซูลแบบนิ่ม

     หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูลนิ่ม หรือ ซอฟท์เจล กันบ้างแล้ว ซึ่งมีลักษณะเหมือนภาชนะที่บรรจุสารหรือยาที่เป็นของเหลว หุ้มด้วยเปลือกเจลาตินที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม ทำให้ทานง่ายและกลายเป็นที่นิยม

 

มาดูส่วนประกอบที่สำคัญของเปลือกแคปซูลชนิดนิ่มกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง ?

  • เจลาติน (Gelatin) เป็นส่วนประกอบหลักของเปลือกแคปซูล ไม่มีสี ไม่มีรส สามารถละลายได้ในของเหลวในร่างกาย ส่วนใหญ่ได้มาจากคอลลาเจน โดยทำให้โปรตีนเสียสภาพด้วยความร้อนโดยใช้กรดเจือจางหรือด่าง

เจลาตินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ชนิด A เตรียมจากหนังหมู โดยการย่อยด้วยกรดเจือจาง และชนิด B เตรียมจากกระดูกและหนังสัตว์ โดยการย่อยด้วยด่าง ซึ่งสามารถใช้ประเภทเดียวหรือผสมกัน 2 ประเภทก็ได้

  • สารคีเลต (Chelatingagents) เป็นสารที่ใช้เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของโลหะหนัก โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งมักพบในเจลาตินกับส่วนประกอบอื่น ๆ

  • สารทึบแสง (Opacifiers) เป็นสารที่ทำให้เปลือกแคปซูลมีสีทึบแสง ช่วยป้องกันการเสื่อมสลายของสารที่ไม่ทนต่อแสง สารที่นิยมใช้ คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium dioxide)

  • พลาสติไซเซอร์ (Plasticizers) เป็นสารที่ใช้เพื่อทำให้แคปซูลนิ่ม มีความนิ่มและยืดหยุ่น สารที่นิยมใช้ ได้แก่  กลีเซอรีน (Glycerin) และ ซอร์บิทอล (Sorbitol)

  • สารแต่งสี (Coloringagents) เป็นสารที่ใช้เพื่อแต่งสีเปลือกแคปซูลชนิดนิ่ม

  • น้ำบริสุทธิ์ (Purified water) ทำหน้าที่เป็นตัวทำละลาย และทำให้เจลาตินมีความหนืดพอเหมาะ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก bode

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลนิ่ม (Soft Gel) ดีกว่ายังไง ?
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูลนิ่ม (Soft Gel) ดีกว่ายังไง ?

ในปัจจุบันนี้ผู้บริโภคคงจะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบซอฟเจล กันเป็นอย่างดี       ซึ่งแคปซูลแบบนิ่ม เป็นแคปซูลที่บรรจุผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นของเหลว เช่น น้ำมัน โดยเหตุผลสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซอฟเจล คือ การทำให้ของเหลวที่เป็นสารอาหารนั้นๆ คงตัว ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น และที่สำคัญคือ ผู้บริโภคจะได้รับสารอาหารในรูปแบบของเหลวเพื่อประสิทธิผลที่ดี ดูดซึมเร็วและความสะดวกในการรับประทาน ยกตัวอย่างสารอาหารที่นิยมบรรจุ เช่น น้ำมันปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกคำฝอย รวมทั้งวิตามินที่ละลายในน้ำมัน เช่น วิตามิน A,  D, E, K และสารที่ละลายในน้ำมันเช่น Co enzymeQ10, Lecithin, Lutein เป็นต้น  

 

ข้อดีของเจลาตินซอฟแคปซูล

  • ง่ายต่อการกลืน ไม่มีรสชาติ คงรูป
  • สามารถผลิตได้หลากหลายสี รูปร่างและขนาด
  • สามารถรองรับสารประกอบต่างๆได้หลากหลาย เช่น กึ่งของแข็ง ของเหลว กึ่งเหลว เจลหรือข้น
  • เป็นตัวส่ง ลำเลียงตัวยาหรือสารได้ทันทีหรือกำหนดเวลาได้
  • สามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการดูดซึมยาได้โดยการส่งยาในสารละลายหรือสารเสริมอื่น ๆ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

วิตามินที่จำเป็นสำหรับผู้ชาย
วิตามินที่จำเป็นสำหรับผู้ชาย

บทความนี้เราขอจัดให้หนุ่มๆที่รักสุขภาพกันทุกคน เพราะสมัยนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาเเรง ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่ายๆจากการที่คนรุ่นใหม่หันมาออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดูเเลสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น เเต่หลายคนละเลยวิตามินเเละเเร่ธาตุที่จำเป็นบางอย่างโดยไม่รู้ตัวส่งผลให้ร่างกายของคุณไม่สมบูรณ์เเข็งเเรงเต็มร้อย ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าหนุ่มที่รักสุขภาพทั้งหลายควรเสริมวิตามินเเละเเร่ธาตุอะไรให้กับร่างกายบ้าง

 

1. ซิลีเนียม

หนุ่มๆที่มีอายุเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน หรือ 30 ปีขึ้นไป ควรใส่ใจที่จะเสริมเเร่ธาตุซิลีเนียมเข้าสู่ร่างกาย เพราะคนในวัยนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติกับต่อมลูกหมากมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งซิลิเนียมจะมีคุณสมบัติในการบำรุงต่อมลูกหมาก พบมากใน กระเทียม เห็ด หัวหอม มะเขือเทศ ถั่ว บร็อกโคลี่ เเละ เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

 

2. สารไลโคปีน

หนุ่มๆ ที่มีอายุมากขึ้นจะเริ่มรู้สึกว่าสมรรถภาพทางเพศเริ่มลดลงกันเเล้วใช่ไหมล่ะ บางคนถึงกับมีลูกยาก เเต่ปัญหานี้ "สารไลโคปีน" สามารถช่วยคุณได้ เพราะไลโคปีนมีคุณสมบัติช่วยให้สเปิร์มของคุณเเข็งเเรง นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง เเละช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย  พบมากใน ผักผลไม้ โดยเฉพาะมะเขือเทศที่มีมีสารไลโคปีนมากที่สุด

 

3. แร่ธาตุสังกะสี

สังกะสีหรือซิงค์ คือเเร่ธาตุอีกหนึ่งตัวที่ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศให้กับผู้ชาย เพราะมันมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างสเปิร์มส่งผลให้มีพลังเเละความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ใครที่มีปัญหาเรื่องหน้ามัน สิวอักเสบซิงค์สามารถช่วยได้ ซึ่งจะพบได้มากใน จมูกข้าวสาลี กีวี เเละเมล็ดฟักทอง

 

4. วิตามินอี

วิตามินอี เป็นวิตามินที่ช่วยให้ผิวดี เพิ่มความเป็นชายให้กับตัวคุณ เพราะมันมีส่วนช่วยป้องกันการเป็นหมัน เเละยังช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งเราสามารถทานวิตามินอีได้จาก อะโวคาโด มันเทศ เเละ ผักป๊วยเล้ง เป็นต้น

 

5. วิตามินซี

วิตามินซี ผู้ชายที่เข้าสู่ช่วงวัยกลางคนจะละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่ามีปัญหาผิดปกติเกี่ยวกับกระดูกเเละข้อต่อซึ่งมีเเนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง ซึ่งวิตามินซีสามารถช่วยป้องกันโรคเกาต์ได้ พบได้ในบร็อกโคลี่ กล้วย กะหล่ำดอก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เป็นต้น

 

6. โอเมก้า 3

          เมื่ออายุมากขึ้นก็มีสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น บางครั้งก็หลงๆลืมๆบ้าง เพราะฉะนั้นการทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมจากโอเมก้า 3 จะช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท  รวมถึงการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยป้องกันหลอดเลือดสมองอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกอ่อนในเด็กและโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ เป็นต้น

 

และนี่ก็คือวิตามินเเละเเร่ธาตุทั้ง 6 ตัวที่เราอยากเเนะนำให้หนุ่มๆทุกคนหามารับประทานกัน อย่าได้ละเลย เพราะมันจะช่วยให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์เเข็งเเรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะความเจ็บป่วยที่มักเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

 

ด้วยความปราถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

10 Do’s เพื่อสมองที่ดี
10 Do’s เพื่อสมองที่ดี

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ มักคิดเร็ว ทำเร็ว ทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆ และในแต่ละวันที่ตื่นจะมีอะไรในหัวที่ต้องทำเยอะไปหมด ทำให้การทำงานของสมองเราทำงานหนักตลอดเวลา ส่งผลให้รู้สึกเบลอๆ ตื้อๆ คิดอะไรช้าลงหรือคิดไม่ค่อยออก รู้อย่างนี้แล้ว...มาดูวิธีดูแลตัวเองเพื่อให้มีสมองที่ดีกันเลยครับ

 

1.อย่าละเลยอาหารมื้อเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่ทำให้สมองตื่นตัว  โดยควรกินอาหารอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพราะสมองจะได้นำพลังงานมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการคิด การตัดสินใจเพื่อกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ อาหารเช้ายังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

 

2.กินอาหารโปรตีน

ทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ปลา ธัญพืชต่างๆ ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยบำรุงสมอง  เช่น กรดอะมิโนทริปโทเฟน เพื่อช่วยสร้างสารเซโรโทนิน ที่ช่วยคลายความกังวล ทำให้นอนหลับสบาย และกรดอะมิโนไทโรซีน ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและต่อสู้กับความเครียด เป็นต้น

 

3 เสริมด้วยอาหารเพื่อสุขภาพสมอง

หากคุณไม่มีเวลาอาหารเสริมเป็นอีกหนึงตัวช่วยที่สำคัญในการดำรงชีวิตที่เร่งรีบแบบนี้ เพราะการที่จะต้องกินอาหารให้ครบเพื่อบำรุงสมอง อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นลองเลือกอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง เช่น อาหารเสริมที่มีส่วนผสมจากโอเมก้า 3 เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงสองสมองยังเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนโลหิต ลดการอักเสบและความดันของหลอดเลือด อีกด้วย

 

4 เลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น อาหารจำพวกข้าวไม่ขัดสี ซ้อมมือ ที่ต้องใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมนาน ทำให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งสมองจะนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงในตอนเช้า

 

5 เสริมผัก ผลไม้หลากสี

ผักผลไม้ต่างๆ ให้วิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ อย่างผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม เป็นแหล่งของวิตามินอีและโฟเลต ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม อัตราการเปลี่ยนแปลงของความจำช้าลง รวมถึงผลไม้ต่างๆ เช่น องุ่น สตรอเบอร์รี่ ฯลฯ ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย

 

6 ออกกำลังกาย

ควรออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที เพื่อทำให้เซลล์ประสาทในสมองทำงานเชื่อมโยงถึงกันได้เป็นอย่างดี ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในสมองด้วย

 

7. ใส่ใจการนอน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้านอนคือ เวลา 22.00–02.00 น. เพราะเป็นช่วงที่สมองเริ่มหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น และในขณะที่นอนหลับสนิท ร่างกายและสมองจะทำงานสัมพันธ์อย่างเป็นระบบเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย

 

8. ดื่มน้ำบ่อยๆ

          สมองของคนเรา 80% มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้สมองทำงานได้ดี จึงควรจิบน้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน กินน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

9. พักสมอง

บางครั้งสมองก็ต้องการพักผ่อนบ้างหลังจากที่ถูกใช้งานหนักมาทั้งวัน การพักสมอง เช่น การห่างจากโลกโซเซียลสักพัก ดูหนัง ฟังเพลง ออกทริปถ่ายรูป ไปในที่ที่ไม่เคยไป หรือลองเส้นทางใหม่ๆ หรือแม้แต่การลองหลงทางก็เป็นการกระตุ้นสมองได้ หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

 

10. ฝึกคิดและทำสิ่งใหม่อยู่เสมอ

หาแรงจูงใจใหม่ๆ ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เพราะจะช่วยให้สร้างเซลล์สมองใหม่ๆ และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทำให้ใช้สมองได้เต็มศักยภาพ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

แคปซูล มีกี่ประเภท แล้วทำไมถึงนิยม
แคปซูล มีกี่ประเภท แล้วทำไมถึงนิยม

     ศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้ ขอนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับ ‘แคปซูล’ มาเสนอ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้ในการใช้ยา เนื่องจากปัจจุบัน ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ ผลิตออกมาในรูปแบบของแคปซูลกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาทานยาแคปซูลว่าที่ทานเข้าไปทำมาจากอะไร แล้วทำไมถึงไม่เป็นอันตราย วันนี้เรามีคำตอบมาให้หายสงสัยกันค่ะ

 

     แคปซูลประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของตัวยา และ เปลือกหรือปลอกแคปซูล โดยเปลือกหรือปลอกแคปซูล ส่วนใหญ่ทำมาจากเจลาตินและน้ำ ซึ่งเจลาตินทำมาจากการแปรรูปคอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบที่อยู่ในผิวหนังและกระดูกสัตว์ เช่น วัว หมู โดยเปลือกแคปซูลสามารถละลายได้ที่อุณหภูมิของร่างกายของเรา

 

     หน้าที่ของปลอกแคปซูล คือ เป็นภาชนะบรรจุยา แล้วนำลงจากปากไปสู่ลำไล้เล็กเพื่อดูดซึมไปในกระแสเลือด โดยยาที่จำเป็นต้องบรรจุในแคปซูลนั้นเป็นเพราะต้องการกลบกลิ่นและรสที่ไม่ดีของยา และยังสามารถใช้ระบุเอกลักษณ์ของยา แยกชนิดโดยใช้สี ซึ่งยาเม็ดทั่วไปมีข้อจำกัดไม่สามารถทำได้ มีกระบวนการผลิตที่ง่ายกว่ายาเม็ด ไม่ต้องคำนึงเรื่องแรงอัดและความร้อนที่เกิดในกระบวนการผลิต เหมาะสำหรับยาที่ไม่ทนต่อความร้อน

 

     แคปซูลมีด้วยกันหลายรูปแบบ สามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท

  1. แบบแคปซูลเปลือกแข็ง (Hard Capsule)

     แคปซูลเปลือกแข็ง มักจะมีลักษณะเป็นทรงยาว หัวมน สิ่งที่บรรจุภายในมีทั้งของแข็ง กึ่งของแข็ง และของเหลว มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ตัวแคปซูล และฝาปิด (Body and Cap) เมื่อบรรจุยาแล้ว ถึงนำมาสวมต่อกันได้แน่นสนิท พบมากในประเภทยาปฏิชีวนะ เช่น ยาแก้อักเสบ

  1. แบบแคปซูลเปลือกนิ่ม (Soft gelatin Capsule)

     แคปซูลเปลือกนิ่มแตกต่างกันที่วิธีการผลิต เวลาผลิตจะผลิตเปลือกและบรรจุยาไปพร้อมกัน ใช้ในกรณีที่ตัวยาไวต่ออากาศและแสงอย่างมาก เช่น พวกน้ำมันตับปลาและวิตามินต่างๆ มีลักษณะเป็นทรงกลมและทรงรี แคปซูลประเภทนี้จะไม่สามารถแกะออกมาได้เหมือนแคปซูลชนิดแข็ง

 

     จุดเด่นของแคปซูล  

     - กลืนง่าย

     เนื่องจากแคปซูลส่วนมากมีรูปร่างยาว ช่วยให้ลิ้นเคลื่อนเปลือกแคปซูลลงคอได้ง่าย นอกจากนี้เปลือกแคปซูลยังสามารถปกปิดรสชาติของผงยาที่อยู่ข้างในได้ จึงทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการทานยามากขึ้น

     - การดูดซึมยา

     เปลือกแคปซูลโดยทั่วไปจะละลายเมื่ออยู่ในกระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว ทำให้การปลดปล่อยตัวยาออกจากแคปซูลรวดเร็วตามไปด้วย เนื่องจากผงยาในแคปซูลไม่ได้ถูกตอกอัดเหมือนอย่างยาเม็ด ผงยาจึงสามารถละลายในของเหลวที่ระบบทางเดินอาหารได้ทันที การดูดซึมยาจึงเร็วขึ้นและสามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว มีความเข้มข้นของตัวยาออกฤทธิ์ในกระแสเลือดสูง

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก 

แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Haijai

งาขี้ม่อน ธัญพืชเมล็ดเล็กแต่เต็มไปด้วยประโยชน์
งาขี้ม่อน ธัญพืชเมล็ดเล็กแต่เต็มไปด้วยประโยชน์

     งาขี้ม่อน เป็นธัญพืชเมล็ดเล็กที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ชาวเอเชียนิยมนำงาขี้ม่อนมาแปรรูปอย่างหลากหลาย เช่น สกัดเป็นน้ำมัน ทำอาหาร ใช้ทำน้ำสลัด โรยหน้าขนม ผสมกับชาดื่มเพื่อสุขภาพ ช่วยเสริมแต่งรสชาติและหน้าตาของเมนูอาหารให้ดูน่ารับประทาน ตลอดจนใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย

 

ประโยชน์ของงาขี้ม่อนต่อการรักษาโรคต่างๆ ดังนี้

     โรคหอบหืด

     งาขี้ม่อนมีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิด กรดแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha Linolenic Acid) ที่มีคุณสมบัติยับยั้งสารลิวโคไตรอีน (Leukotriene) ที่หลั่งออกมาเมื่อเกิดกระบวนการอักเสบในร่างกาย และอาจส่งผลดีต่อการบรรเทาอาการของโรคหอบหืดที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม

 

     โรคภูมิแพ้อากาศ

     กรดโรสมารินิค (Rosmarinic Acid) เป็นสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบอีกชนิดที่พบในงาขี้ม่อน โดยเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารลิวโคไตรอีนขณะร่างกายเกิดการอักเสบ ซึ่งกระบวนการนี้เป็นต้นตอที่ทำให้เกิดอาการแพ้ตามมา ซึ่งสารสกัดจากงาขี้ม่อนเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อากาศชนิดไม่รุนแรงหรือโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น หากใช้เสริมจากวิธีการรักษาทางการแพทย์แบบปกติจะเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

 

     แผลร้อนใน

     โรคแผลร้อนในเป็นโรคที่พบได้บ่อย ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและอาจเป็นอีกตัวเลือกของการป้องโรคแผลร้อนในได้ งาขี้ม่อนซึ่งเป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างกรดแอลฟาไลโนเลนิกในปริมาณสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลร้อนในให้น้อยลง ทำให้เกิดแผลร้อนในซ้ำลดลงและแผลหายเร็ว ควรทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคือง เช่น อาหารทอด อาหารรสจัด ผลไม้ที่มีกรดสูง เป็นต้น

 

     จะเห็นได้ว่างาขี้ม่อนเป็นเพียงงาเม็ดเล็กๆ แต่กลับมีสรรพคุณมากมาย โดยไม่เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายและช่วยลดโรคต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก pobpad

เช็คร่างกาย ‘ขี้ลืมเฉยๆ หรือ เสี่ยงอัลไซเมอร์แล้ว!’
เช็คร่างกาย ‘ขี้ลืมเฉยๆ หรือ เสี่ยงอัลไซเมอร์แล้ว!’

     อาการหลงลืมเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น แต่นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ที่จะค่อยๆ ทำให้คุณสูญเสียความทรงจำ รวมถึงทักษะการคิดหรือการใช้เหตุผล มาลองดูวิธีเช็คสัญญาณที่ร่างกายที่บ่งบอกว่าคุณอาจจะกำลังเป็นโรคอัลไซเมอร์ และวิธีป้องกันแบบง่ายๆ เพื่อลดความเสี่ยงกันเถอะค่ะ

 

     อาการหลงลืมตามวัย หรือ ขี้ลืม ได้แก่ หลงลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ ไม่บ่อย และไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยอาการหลงลืมตามวัยนี้จะดีขึ้นได้ ถ้ามีความตั้งใจที่จะจดจำอย่างจริงจัง เช่น จดบันทึก เตือนตัวเองโดยวิธีการต่าง ๆ ฝึกตัวเองให้มีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดอาการหลงลืมให้น้อยลงได้

     

     อัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง พบบ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โดยพบในหญิงมากกว่าชาย เป็นการสูญเสียความสามารถทางสมองโดยเฉพาะความจำระยะสั้นที่จะเสียไป รวมถึงความเฉลียวฉลาด การใช้เหตุผล ภาษา การคิด การตัดสินใจ อาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

 

เช็คสัญญาณอัลไซเมอร์  : เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์ได้  ดังนี้

  • ความเข้าใจภาษาลดลง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก อาจหยุดพูดกลางคัน และไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ หรือพูดย้ำกับตัวเอง รวมถึงอาจพูดน้อยลง
  • สับสนเรื่องเวลาหรือสถานที่ อาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใด และเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร
  • ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น ลืมวิธีการเปลี่ยนช่องทีวี
  • บกพร่องในการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร หรือไม่สามารถแยกแยะรสชาติหรือกลิ่นได้
  • บกพร่องในการบริหารจัดการ และตัดสินใจแก้ไขปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ
  • บกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ไม่สามารถไปไหนตามลำพังได้
  • บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เช่น ซึมเศร้า เฉื่อยชา โมโหฉุนเฉียวง่ายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน เห็นภาพหลอน หวาดระแวง

 

ทำอย่างไรให้ห่างไกลอัลไซเมอร์

  1. ไม่ควรอยู่กับบ้านเฉยๆ ควรทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ
  2. ร่วมกิจกรรมทางสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น อาสาสมัคร ชมรมต่างๆ
  3. ออกกำลังกาย เช่น แอโรบิค โยคะ เดินในที่อากาศโปร่ง
  4. เล่นกีฬาที่มีการฝึกสมอง เช่น หมากรุก เพราะช่วยให้ใจสงบ มีสมาธิ และเป็นการปรับร่างกายให้เข้าสู่ภาวะสมดุลและกระตุ้นสมองให้คิด วางแผน ตัดสินใจ ทำให้สมองแข็งแรงและทำงานอย่างสมดุล
  5. ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมือ เท้า และประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้เกิดการเชื่อมโยงของระบบกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและสมองส่วนต่างๆ ให้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ ทำจิตใจให้แจ่มใส และฝึกสมองให้มีการใช้ความคิด ความจำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ
  6. สิ่งสำคัญคือต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย งดเหล้าและบุหรี่ ทานอาหารบำรุงสมอง เช่น โอเมก้า 3 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เป็นต้น

 

     หากคุณลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นหลายข้อ ควรรีบไปพบแพทย์ระบบประสาทหรือจิตแพทย์โรคอัลไซเมอร์โดยด่วน เพื่อที่จะทำการวินิจฉัยและรักษาให้ทันท่วงที

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Principal Healthcare

เลือกอาหารเสริมอย่างไร ให้คุ้มค่า ได้ประโยชน์
เลือกอาหารเสริมอย่างไร ให้คุ้มค่า ได้ประโยชน์

     เทรนด์รักสุขภาพมาแรง ใครๆ ก็หันมาดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ รวมไปถึงการทานอาหารเสริมและวิตามิน แต่การเลือกอาหารเสริมและวิตามินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องมีวิธีการเลือกอาหารเสริมมาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนเลือกซื้อกันอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย ทานแล้วได้ประโยชน์ตามความต้องการจริงๆ เพราะยังไงสุขภาพของเราต้องมาก่อนเสมอ

 

1. คำนึงถึงความจำเป็นต่อร่างกาย

     ร่างกายแต่ละคนต้องการสารอาหารเสริมแตกต่างกันไปตามสภาพ เช่น หนุ่มสาวที่เพิ่งอายุ 20 ยังไม่เผชิญกับปัญหากระดูกพรุน ก็อาจไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมแคลเซียม หรือคนที่ไม่ได้มีปัญหาผิวหนังเป็นพิเศษ อาจไม่จำเป็นต้องทานวิตามิน เอ เสริม เพราะที่รับจากอาหารก็เพียงพอแล้ว และหากทานมากเกิน วิตามิน เอ ก็อาจสะสมในร่างกายจนเป็นโทษได้ ดังนั้น การจะเลือกซื้ออาหารเสริมและวิตามินสักกระปุก ควรถามตัวเองก่อนว่าจำเป็นไหม เพื่อป้องกันไม่ให้เราซื้อโดยไร้ประโยชน์นั่นเอง

 

2. ดูส่วนประกอบและปริมาณที่เหมาะสม

     ฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามินจะมีระบุไว้เสมอว่า ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสารอาหารอะไรบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งเราต้องดูให้ดี และนำมาเปรียบเทียบว่าปริมาณที่เราทานเข้าไปคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ RDA หรือ ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน ซึ่งหากอาหารเสริมมีปริมาณสารอาหารไม่ถึง 100% ของ RDA เราก็จำเป็นต้องรับวิตามินและเกลือแร่จากอาหารเพิ่มเติมอีก

 

3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง

    อาหารเสริมและวิตามินทุกชนิดที่เราจะทาน ต้องมั่นใจก่อนว่ามี อย. อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งแสดงว่า ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา นอกจากนี้ มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะบ่งบอกถึงมาตรฐานในอุตสาหกรรมการผลิตยาและเครื่องสำอาง และในสหรัฐอเมริกาก็ยังมีองค์กร NSF ไว้สำหรับตรวจสอบและควบคุมสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งถ้าอาหารเสริมและวิตามินที่เราจะซื้อมีเครื่องหมายมาตรฐานเหล่านี้ ก็เป็นอันว่ามั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

 

4. ดูวิธีการทานที่ถูกต้อง

วิธีการทานอย่างถูกต้องก็สำคัญไม่แพ้อย่างอื่น ก่อนซื้อจึงต้องอ่านฉลากให้ดีว่าผลิตภัณฑ์ควรทานเวลาใด ทานพร้อมกับอาหารได้หรือไม่ ต้องทานวันละกี่ครั้ง/กี่เม็ด และนอกจากนี้ หากเราซื้อวิตามินอาหารเสริมหลายตัวมาทานร่วมกัน ต้องอย่าลืมว่าสารอาหารแต่ละตัวอาจออกฤทธิ์ส่งเสริมหรือหักล้างกันได้ด้วย เช่น ธาตุเหล็กจะดูดซึมได้ดีหากทานร่วมกับวิตามิน ซี แต่จะดูดซึมได้แย่ลงหากทานพร้อมกับแคลเซียม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องศึกษา รู้ไว้ก่อนทาน

 

5. อย่าตามกระแส และอย่าเห็นแก่ของถูก

โฆษณาวิตามินเพื่อผิวใส ผิวขาว 1 แถม 1 อาจล่อตาล่อใจหลายคนให้อยากซื้อมาลอง แต่อย่าเพิ่งใจร้อน เราควรพิจารณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนว่าจริงหรือไม่ โดยศึกษาจากหลายๆ แหล่ง และบางครั้งของถูกก็ใช่ว่าจะดีเสมอ ต้องดูว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองหรือไม่ ส่วนประกอบและคุณสมบัติเป็นอย่างไร เพื่อให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างฉลาดและคุ้มค่า

 

อาหารเสริมไม่ใช่อาหารหลักที่เราทานทั่วไป ดังนั้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะช่วยดูแลสุขภาพของคุณให้แข็งแรงไปได้อีกยาวนาน แต่สำหรับใครที่จำเป็นต้องทานอาหารเสริม ก็อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ให้ดีก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพจากอาหารเสริมที่ทานเข้าไปมากที่สุดนั่นเอง

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Capsule COCO MEGA 3 By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก honestdocs

ประโยชน์ของโอเมก้า 3
ประโยชน์ของโอเมก้า 3

โอเมก้า 3 คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดหนึ่ง เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ร่างกายของคนเราขาดโอเมก้า 3 ไม่ได้ แต่กลับไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ดังนั้นจึงต้องได้รับจากการทานอาหารที่มีปริมาณโอเมก้า 3 แทน

 

แหล่งอาหารที่มีปริมาณโอเมก้า 3 เยอะ ได้แก่ อาหารจำพวก “ปลาและอาหารทะเล” โดยเฉพาะจำพวกปลาน้ำเย็น เช่น แซลมอน แมคเคอเรล ทูน่า และซาร์ดีน เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ชั้นดี ไม่ควรเป็นอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เพื่อไม่ให้โอเมก้าถูกทำลายไป นอกจากนี้ยังพบโอเมก้า 3 ได้จากอีกหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น ถั่วและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท เมล็ดฟักทอง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลือง โยเกิร์ต น้ำผลไม้ นม น้ำนมถั่วเหลือง หรืออาหารทารกบางอย่าง เป็นต้น

 

ประโยชน์ของการได้รับอาหารที่มีโอเมก้า 3

 

1. ช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมองของเด็ก เพราะโอเมก้า 3 เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ประสาท เด็กที่ได้รับโอเมก้าที่เพียงพอจะทำให้สมองถูกพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุณแม่สามารถทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 ได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ เพื่อช่วยสร้างพัฒนาการและสุขภาพของทารกได้ 

 

2. ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ คนที่ทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 มาก ๆ จึงทำให้หัวใจแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจได้

 

3. ลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เพราะโอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท และระบบการเรียนรู้ การรับรู้ และระบบความจำ

 

4. ลดการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม หากได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก honestdocs

เมล็ดเจีย เมล็ดเล็กๆที่เปลี่ยนผิวเสียให้เป็นผิวสวย
เมล็ดเจีย เมล็ดเล็กๆที่เปลี่ยนผิวเสียให้เป็นผิวสวย

เมล็ดเจีย เมล็ดพืชเมล็ดเล็ก ๆ ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และได้รับการยอมรับว่ามีคุณสมบัติมากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ รวมทั้งด้านความสวยความงามสำหรับสาวๆก็ไม่แพ้กัน แต่จะมีประโยชน์อย่างไร และเพราะอะไรนั้น ไปดูกันเลยครับ

 

เมล็ดเจีย มีวิตามินอีช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม

เมล็ดเจียอุดมไปด้วยวิตามินอีและยังง่ายต่อร่างกายในการดูดซึมเอาไปใช้งาน จึงช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวดูเนียนนุ่มคงความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ นอกจากนี้แล้วยังมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่สามารถต้านทานการอักเสบของผิวได้อีกด้วย

 

เมล็ดเจีย  มีโอเมก้า 3 ช่วยต่อต้านการเกิดสิว

เมล็ดเจียเห็นเมล็ดเล็กๆแบบนี้แต่มีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาแซลมอนหรือพืชอื่นๆถึง 8 เท่าเลยนะ ซึ่งโอเมก้า 3 นี้ ก็มีคุณสมบัติในด้านความสวยความงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นต่อต้านการเกิดสิว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มขึ้น  ผมและเล็บสวยขึ้น แถมยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้มีความสมดุล ทำให้ไม่เครียดง่ายด้วย

 

เมล็ดเจีย  มีไฟเบอร์ช่วยไม่ให้ผิวหมองคล้ำ

เมล็ดเจียสามารถช่วยให้ระดับอินซูลินของเราไม่ให้ลดลงเร็วกว่าที่ควร แถมยังช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้นด้วย เพราะถ้าอินซูลินของเราต่ำลงเกินไปจะทำให้เรารู้สึกโหยได้ จะส่งผลให้เรามีความรู้สึกอยากของหวานหรืออาหารจำพวกไขมัน ซึ่งผลที่ได้ตามมาหลังจากที่กินของเหล่านี้เข้าไปก็คือเม็ดสิว ผิวอักเสบ และผิวที่ดูหมองคล้ำไม่สดใส

 

เมล็ดเจีย  มีสังกะสีช่วยให้ผิวเรียบตึง

สาว ๆ คนไหนอยากให้ผิวตึงเรียบละก็ เมล็ดเจียช่วยได้ เพราะในเมล็ดเจียมีแร่ธาตุสังกะสี หรือ ซิงก์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวเรียบตึงไร้สิวบนใบหน้า และยังต่อต้านการอักเสบอีกด้วย

 

เมล็ดเจีย  มีแมกนีเซียมช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง

แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุล ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงส่งผลให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาขึ้นได้

 

เห็นประโยชน์ของเมล็ดจิ๋วอย่าง้มล็ดเจียล้า สาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนอยากมีผิวสวยหน้าใสก็อย่าลืมหาเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีส่วนผสมของเมล็ดเจียทานนะครับ แต่ก็ใช่ว่าจะกินมากจนเกินพอดีละ ไม่อย่างนั้นแล้วแทนที่จะสวยวันสวยคืน ก็อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นไม่รู้ด้วย และที่สำคัญควรเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพควบคู่กับการออกกำลังกายไปด้วย เพื่อผิวจะได้ดูสวยใสมีสุขภาพดีอย่างสมบูรณ์ครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

อาหารเสริม ทางเลือกของคนไม่มีเวลา
อาหารเสริม ทางเลือกของคนไม่มีเวลา

ปัจจุบันคนเราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งสุขภาพร่างกายภายในและภายนอก ด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ขับถ่ายให้เป็นระบบ พักผ่อนให้เพียงพอ แต่บางคนไม่สามารถทำได้ครบถ้วน ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จึงต้องพึ่งอาหารเสริมเพื่อทดแทนและเพิ่มเติมให้กับร่างกายตามที่ต้องการ เพราะฉะนั้นอาหารเสริมจึงมีบทบาทอย่างมากและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญของผู้บริโภค

1. ประเภทของอาหารเสริมหรือเสริมอาหาร

ประเภทของอาหารเสริมแบ่งออกเป็น 1.อาหารเสริมตามธรรมชาติ เห็นได้จากเด็กทารกที่ต้องมีอาหารเสริมให้ทานควบคู่กับนมแม่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และเจริญเติบโต เช่น กล้วยบด ผักบด หรือนมผงเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน 2.อาหารเสริมเมื่อร่างกายมีสารอาหารไม่ครบหรือไม่เพียงพอ อาจจะด้วยเงื่อนไขหลายๆ อย่างทำให้เกิดสภาวะขาดสารอาหาร 3.ผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่เสริมจากอาหารหลักที่เราทานกันปกติ

 

2. อาหารเสริมเพื่อบำรุงสุขภาพ

เมื่อต้องการบำรุงร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพ จึงมีการเพิ่มอาหารเสริมให้กับร่างกาย หากได้รับสารอาหารไม่ครบ จึงต้องหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้กับร่างกาย เพื่อให้สุขภาพดี ช่วยบำรุงสมอง เส้นผม สายตา กระดูก ฯลฯ อย่างเช่น วิตามิน แคลเซียม คอลลาเจน ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าต้องการเสริมหรือต้องการบำรุงในด้านใดให้กับร่างกาย

 

3. ป้องกันโรคด้วยอาหารเสริม

อาหารเสริมเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญ ซึ่งเราต่างรู้ว่าการป้องกันดีกว่าการแก้ไข เพราะถ้าเกิดโรคหรือเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วต้องทำการรักษา ย่อมเกิดผลเสียมากกว่า ไม่ว่าจะสุขภาพแย่ลง เสียเวลา มีค่าใช้จ่ายมาก แต่หากสามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องหาสรรหาอาหารเสริมต่างๆ มาบริโภคป้องกันไว้ก่อน

 

4. อาหารเสริมเพื่อการรักษาและแก้จุดบกพร่อง

หากร่างกายเกิดภาวะอ่อนแอ เป็นโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาไม่ว่าอะไรที่ว่าดี ที่จะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยหรือรักษาโรคได้เราต้องเลือกมาบริโภคเป็นอันดับแรกต่อจากการรับการรักษากับแพทย์ เพราะเมื่อเกิดโรคแล้ว ย่อมจะต้องหาวิธีการรักษาให้หายหรือดีขึ้นแน่นอนจึงต้องพึ่งอาหารเสริมประเภทต่างๆ มาบริโภคเพิ่มเติมแน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ ทั่วไป อย่างเช่น อาหารเสริมเพื่อรักษาสิว เป็นต้น

 

 5. เลือกอาหารเสริมเพราะเชื่อจากการประชาสัมพันธ์ทางการค้า

สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดที่แก้จุดบกพร่องนั้นได้ ผู้บริโภคก็จะหันมาให้ความสนใจและเลือกหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นๆ ตามคำโฆษณาทางการค้ามาบริโภคทันที เช่น อยากขาวก็ใช้อาหารเสริมเพื่อผิวขาว อยากผอมก็ใช้อาหารเสริมลดความอ้วน และอื่นๆ อีกมากมายหลายประเภท สรรพคุณต่างๆ อาจเป็นความเชื่อและเป็นสรรพคุณที่เกินจริงควรศึกษาให้ดีว่าแท้จริงแล้วร่างกายเราต้องการสิ่งไหนกันแน่

 

การเลือกบริโภคอาหารเสริมใดๆ ก็ตาม ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดี และแท้ที่จริงแล้วมันจำเป็นกับร่างกายหรือไม่ อีกอย่างที่สำคัญอาหารเสริมบางประเภททานเข้าไปจะไม่เกิดผลเลย หากเรายังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือบั่นทอนสุขภาพ สักแต่จะทานอาหารเสริมอย่างเดียว เห็นทีจะไม่ได้ผล ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

 

ด้วยความปราถนาดีจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaibio

เมล็ดเจีย เมล็ดสำหรับคนไดเอท
เมล็ดเจีย เมล็ดสำหรับคนไดเอท

"เมล็ดเจีย" หรือ "เมล็ดเชีย" เป็นธัญพืชที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับเม็ดแมงลัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ว่าจะมีสีออกดำคล้ายๆ กันแต่ เมล็ดเจีย จะมีขนาดที่เล็กกว่ามาก ซึ่งเห็นเมล็ดเล็กอย่างนี้แต่ประโยชน์มีเต็มเมล็ดเลยก็ว่าได้ จึงทำให้ในปัจจุบัน เมล็ดเจีย กำลังได้รับความนิยมจากผู้ที่ห่วงใยในสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายเพื่อรักษารูปร่างให้ดูเป๊ะ และเป็นหนึ่งในสูตรอาหารสำหรับลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี แตจะมีประโยชน์ในเรื่องไหนบ้างมาดูกัน

 

1. ช่วยในการลดน้ำหนัก

ด้วยเส้นใยบวกกับโปรตีนที่มีอยู่ในเมล็ดเจีย จะช่วยให้เรื่องการลดน้ำหนักดูง่าย เพราะพืชชนิดนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น โดยที่เมล็ดเจียสามารถดูดซึมน้ำได้มากกว่าน้ำหนักตัวถึง 10 เท่า สามารถนำไปใส่ในเครื่องดื่มสมูธตี้และขนมอบต่างๆ ได้อีกด้วย

 

2. มีแคลเซียมที่มากกว่านม

การทานเมล็ดเจียเข้าไปก็จะได้รับแคลเซียมมากกว่านมถึงเกือบร้อยละ 20 ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน ถือได้ว่าเมล็ดเจียคือทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ดื่มนม หรือไม่สามารถดื่มนมได้ แพ้นม เป็นต้น และการได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกด้วย

 

3. พิชิตความเครียด

ภายในเมล็ดเจียมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่หนึ่งชนิดคือ แมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะและเหนื่อยล้าง่าย นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย ทริปโตเฟน ที่จะช่วยให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนินเพื่อต่อสู่กับความเครียดได้เป็นอย่างดี

 

4. ผิวพรรณผ่องใส

ภายในเมล็ดเจียมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีมากกว่าในปลาแซลมอนถึง 8 เท่า และยังสารถช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยบำรุงผิวหนัง เส้นผมและเล็บ ที่สำคัญยังช่วยลดอาการอักเสบบวมแดง รวมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้อีกด้วย

 

5. ลดอาการบวม

เนื่องจากในเมล็ดเจียจะมีสารโปแตสเซียมที่มีมากกว่ากล้วยถึง 2 เท่า จะช่วยลดอาการบวมน้ำลงได้ เนื้อหนังของคนก็จะดูสุขภาพดีจนเห็นได้ชัด

 

6. ต่อต้านอนุมูลอิสระ

เมล็ดเจียประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 3 เท่า ซึ่งสารเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพในการช่วยให้เซลล์ในร่างกายต่อสู่กับสารอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เห็นเมล็ดเล็กจิ๋วขนาดนี้แต่คุณทางอาหารที่ได้กลับไม่ได้เล็กตามลงไปเลย เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใครที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ทานเปล่าๆ หรือจะเอาผสมเข้ากับเครื่องดื่ม หรืออาหารคาวหวาน อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องอดอาหารให้เหนื่อยใจอีกต่อไป และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำกันด้วย สุขภาพจะได้แข็งแรง ดีพร้อมในทุกส่วนนะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก COCO MEGA 3 by Mannature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

อาหารต้านภัยฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5
อาหารต้านภัยฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5

ถึงแม้ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5 เริ่มเบาบางลง แต่อากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังมีมลพิษให้สูดดมกันทุกวัน และแน่นอนว่าคนที่ได้รับผลกระทบนี้กันไปเต็มๆก็คือเรา แต่หนึ่งในวิธีที่จะดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ นั่นคือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต้านฤทธิ์มลพิษที่กำลังครองเมือง จะมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

 

1. ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ล้วนอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะสารชัลโฟราเฟนที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดจากฝุ่นพิษ และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย

 

2. ผลไม้มากวิตามินซี นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปร่งปรั่งแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายที่อาจได้รับจากปัญหามลพิษ บรรเทาอาการภูมิแพ้และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น พบมากในผลไม้จำพวกฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

 

3. ปลาและอาหารทะเล เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ที่ช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ในร่างกายและมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพจากผลกระทบของฝุ่นพิษได้ พบได้ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุก ปลาช่อน กุ้ง หอย รวมถึงน้ำมันปลา ซึ่งการกินปลาด้วยวิธีต้ม แกง หรือนึ่งจะได้ประโยชน์ที่สุดเพราะโอเมก้า 3 จะสูญสลายหากผ่านความร้อนสูงๆ เช่นการทอด

 

4. ผักผลไม้สีส้ม-เหลือง-แดง เต็มไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะเสริมประสิทธิภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น พบมากในกลุ่มผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท มันเทศ มันหวาน มะละกอข้าวโพด รวมถึงผักใบเขียวเข้มอย่างผักบุ้งและตำลึงก็ช่วยต้านฤทธิ์ฝุ่นจิ๋วได้

 

5. ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดแมงลัก เรื่อยไปถึงขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน ล้วนมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพได้เช่นกันเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง บางชนิดนอกจากจะให้กรดโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับเนื้อปลาแล้ว ยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยชะลอการเสื่อมสมรรถภาพของเซลส์และปกป้องปอดจากมลพิษได้

 

นอกจากดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าลืมติดแว่นกันแดดและหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่นละอองเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นควันพิษเยอะๆ อย่างน้อยก็จะเป็นเกราะกำบังช่วยลดผลกระทบจากมลพิษได้

 

ด้วยความห่วงใยจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

คุณประโยชน์ของ Kale เคล ราชิณีแห่งผักใบเขียว
คุณประโยชน์ของ Kale เคล ราชิณีแห่งผักใบเขียว

Kale เคลได้ชื่อว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง ไม่มีไขมัน

  • Kale เคล มี omega-3 omega-6 ที่ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ด้วยวิตามิน K ที่สูงช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ดี ป้องกันเลือดออกมาก นอกจากนี้วิตามิน K จากเคลสามารถรักษาโรคกระดูกพรุน และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  • วิตามิน A (Retinol) ยังช่วยเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นของผิว ลดอายุของผิว และเรตินอลยังช่วยเรื่องการงอกของผม ช่วยบำรุงสายตาเพราะลูทีนในผักเคล เป็นเสมือนตัวกรองแสงสีฟ้าให้กระจกตา ช่วยให้เซลล์บริเวณดวงตาแข็งแรง

Kale แน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านมะเร็ง

  • สารต้านอนุมูลอิสระไม่ว่าจะเป็นแคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ ช่วยปกป้องร่างกายจากมะเร็งได้ ซึ่ง beta-carotene และ vitamin C ที่มีมากในเคล ช่วยต่อต้านความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งและโรคอื่นๆ

Kale ดีต่อผิว ระบบเผาผลาญ และภูมิคุ้มกัน

  • การทานเคลแบบสดๆ ใส่อาหารที่ไม่ต้องทำให้สุกมาก จะยังคงวิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระไว้ ซึ่งช่วยป้องกันโรคหวัด เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบเผาผลาญซึ่งจำเป็นต่อการลดน้ำหนัก ให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ลดริ้วรอย ชะลอวัย

Kale ลดคอเลสเตอรอล ช่วยให้หัวใจแข็งแรง

  • เคลขึ้นชื่อว่าเป็นผักใบเขียวที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดคอเลสเตอรอลมากที่สุด ความสามารถอันนี้ทำให้ดีต่อระบบหัวใจ
  • แค่ทานเคล 1 ถ้วย หรือ 36 กรัมร่างกายก็จะได้รับวิตามิน C เกินกว่า 100% ของที่ควรจะได้รับต่อวันแล้ว แถมให้วิตามิน C มากกว่าส้ม ซ้ำยังมีน้ำตาลน้อยกว่า 20 เท่าหรือเรียกได้ว่าแทบไม่มีน้ำตาลเลย

Kale ดีท็อกซ์ ลดสารพิษสะสมในร่างกาย

  • Kale เคล เป็นตัวล้างสารพิษโดยธรรมชาติ เนื่องจากมีไฟเบอร์และซัลเฟอร์ที่ช่วยดึงพิษสะสมออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างจากอาหารแปรรูป มลภาวะ ยาฆ่าแมลง และสารพิษตกค้างจากยา ถ้าสะสมมากจะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้

Kale ธาตุเหล็กสูง ช่วยการไหลเวียนโลหิต

  • เคลยังมีธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อแดงถ้าเทียบจากแคลอรี่ ซึ่งธาตุเหล็กจะเป็นตัวสำคัญทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ช่วยให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ช่วยให้เซลล์เติบโต และจำเป็นต่อการทำงานของตับ

Kale ช่วยลดน้ำหนัก กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

  • เคลให้คาร์โบไฮเดรตที่มีค่า (GI) ต่ำ ซึ่งค่านี้ใช้วัดน้ำตาลในเลือดนั่นเอง จะช่วยจัดการระดับอินซูลินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อสุขภาพ

 

เห็นประโยชน์แน่นขนาดนี้คงต้องหันมาบริโภคผักเคลให้มากขึ้น หรือทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

ด้วยความห่วงใยจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น จาก mannature

โอเมก้า 6 คืออะไร
โอเมก้า 6 คืออะไร

เมื่อพูดถึงโอเมก้า 3 กรดไขมันอีกตัวที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ “กรดไขมันโอเมก้า 6” เพราะกรดไขมันทั้งสองตัวนี้ทำงานควบคู่กัน โดยโอเมก้า 3 มีหน้าที่ทำให้เลือดไม่หนืดและไหลเวียนสะดวก ในขณะที่โอเมก้า 6 มีหน้าที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น

โอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้เหมือนกับ โอเมก้า 3 แต่เราสามารถได้รับจากการรับประทานอาหาร กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่สำคัญมีอยู่ 2 ประเภท คือ กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic acid : LA) และกรดไขมันอะราคิโดนิก (Arachidonic acid : ARA) พบมากในในน้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น

ความสำคัญของโอเมก้า 6 คือเป็นตัวถ่วงสมดุลของโอเมก้า 3 อีกทีหนึ่ง ดังนั้นหากร่างกายได้รับทั้งโอเมก้า 3 และ 6 พร้อมกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาในการทำงานได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของกรดไขมันโอเมก้า 6 คือ

  • ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ป้องกันการเกิดรังแคบนหนังศีรษะ
  • ลดอาการอักเสบและอาการปวดต่างๆ ตามร่างกาย
  • รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวจึงลดปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย
  • ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม แม้กรดไขมันทั้งสองชนิดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกกินอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารชนิดอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน ไม่ขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไป เช่นอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมทั้งโอเมก้า 3 และ 6เพื่อให้ระบบภายในของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล ด้วยความห่วงใยจาก mannature

เมล็ดเจีย สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ
เมล็ดเจีย สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ

"เมล็ดเจีย" หรือ "เมล็ดเชีย" เป็นหนึ่งในธัญพืชที่มีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันเมล็ดเจียได้รับความนิยมจากคนรักสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายเพื่อรักษารูปร่างให้ดูดี จึงกลายเป็นธัญพืชที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมในน้ำ เครื่องดื่ม รวมถึงอาหาร ทำให้ช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารได้มากขึ้น

คุณค่าทางสารอาหาร

  • เป็นธัญพืชที่มีน้ำมัน Omega-3 สูงมากกว่าปลาแซลมอนและพืชชนิดอื่นถึง 8 เท่า ช่วยบำรุงสมองและจอประสาทตา , ลดไขมันในเลือด, ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด และช่วยลดความรุนแรงของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ ได้
  • เมล็ดเจียมีแคลเซียม มากกว่านมสดหนึ่งแก้วถึง 6 เท่า จึงทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยลดการเสื่อมของกระดูกในผู้สูงอายุ
  • เมล็ดเจียมีไฟเบอร์ที่สูง ซึ่งเป็นกากใยอาหารที่สำคัญต่อการขับถ่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกหรือมีปัญหาระบบขับถ่าย
  • เมล็ดเจียมีมูซิลเลจสูงมาก เป็นกากใยที่ช่วยชะลอกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานและต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • เมล็ดเจียมีโปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอ โดยผ่านเข้าไปตามระบบไหลเวียนเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆ
  • เมล็ดเจียมมีใยอาหารเยอะ เนื่องจากเมล็ดเจียนั้นเต็มไปด้วยใยอาหารซึ่งสามารถดูดซึมของเหลวต่างๆ ได้อย่างดี ทำให้อิ่มนานขึ้น เมล็ดเจียจึงเป็นมิตรกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักโดยแท้

เมล็ดเจียจิ๋วแต่แจ๋ว สรรพคุณเยอะขนาดนี้ไม่หาทานไม่ได้แล้วแถมดีต่อร่างกาย สำหรับคนที่รักสุขภาพอาจนำเมล็ดเจียมาทำอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ ได้เช่นกัน ด้วยความห่วงใยจาก mannature

 

โอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงจากหัวใจวาย
โอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงจากหัวใจวาย

ผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์จามา อินเทอร์นอล เมดิซีนของสหรัฐ เผยผลการศึกษาด้วยวิธีการตรวจสอบระดับของโอเมก้า-3 ในเลือดและเนื้อเยื่อของอาสาสมัครที่ร่วมวิจัย 16 ประเทศ จากอาสาสมัครกว่า 45,630 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 7,973 ราย ที่เคยประสบกับอาการหัวใจวายครั้งแรกและเสียชีวิตจากหัวใจวายครั้งแรก 2,781 ราย

         

          ผลการศึกษาพบการกินอาหารและพืชที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหัวใจวายจนเสียชีวิตได้ราว 10% แต่ไม่มีผลมากนักต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจวายที่ไม่รุนแรง ซึ่งคณะนักวิจัยชี้ว่า การกินอาหารที่มีโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

          อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 ได้แก่ ปลาทะเลต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลากะตัก ซึ่งปลาที่มีโอเมก้า-3 มากยังเป็นแหล่งโปรตีนด้วย รวมถึงมีวิตามินดีและแร่ธาตุอื่นที่จำเป็นแก่ร่างกาย ส่วนพืชที่มีโอเมก้า-3 มาก ได้แก่ ถั่ววอลนัท, น้ำมันเมล็ดลินิน, น้ำมันคาโนลา รวมถึงถั่วและน้ำมันจากเมล็ดพืชอีกบางชนิด.

 

          แต่อย่างไรก็ตามผลวิจัยนี้อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นยังไงผู้ที่มีปัญหาด้านโรคหัวใจควรปรึกษาและทำตามคำแนะนำของแพทย์ โอเมก้า 3 อาจจะช่วยในการบำรุงได้เพราะฉะนั้นควรเลือกอาหารเสริมที่เหมาะสมด้วยความห่วงใยจาก mannature

น้ำมันปลาประโยชน์สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์
น้ำมันปลาประโยชน์สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

          น้ำมันปลา หรือ Fish oil คือ ไขมันของปลา ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จําเป็นต่อร่างกาย คือ กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งปลาทะเลในประเทศแถบอากาศหนาวนั้นจะมีกรดไขมันจําเป็นในปริมาณที่สูง และมีไขมันประเภทคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในปริมาณที่ต่ำ จึงนิยมนําปลาทะเลเหล่านี้มาสกัดเอาน้ำมันปลา

          ไขมันในน้ำมันปลาจะช่วยสร้างองค์ประกอบที่สําคัญของเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย รวมทั้งเนื้อสมอง เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ ควบคุมการเกิดลิ่มเลือด และสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย โดยเฉพาะโอเมก้า 3 จะช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดที่จะไปอุดเส้นเลือดฝอยของหัวใจ และทําให้ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตรายลดต่ำลง

          การกินน้ำมันปลาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดอาการอักเสบของข้อกระดูกของแม่ท้องได้ ทั้งนี้แม่ท้องควรเริ่มทานน้ำมันปลาตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ประโยชน์ของน้ำมันปลา

  • น้ำมันปลาสามารถช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับทารกได้
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 สามารถช่วยพัฒนาการทำงานด้านต่าง ๆ ของเซลล์ได้
  • DHA อาจช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของทารกได้
  • ช่วยลดอาการอักเสบของข้อกระดูกของคนท้องได้
  • โอเมก้า 3 จะช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดที่จะไปอุดเส้นเลือดฝอยของหัวใจ
Omega 3 บำรุงสมองแถมชะลออายุ
Omega 3 บำรุงสมองแถมชะลออายุ

โอเมก้า-3 คือกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่ประกอบด้วยกรดไขมันหลัก 2 ตัว คือ "ดีเอชเอ" และ "อีพีเอ" ซึ่ง กรดไขมันโอเมก้า-3 ยังมีส่วนช่วยต่อกลไกการยืดอายุขัยและชะลอความชรา 3 ประการคือ

 

1. ต้านการอักเสบ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันน้อยลง ทำให้เกิดภาวะอักเสบในเซลล์ และนำไปสู่การสิ้นอายุขัยของเซลล์ในที่สุด ซึ่งโอเมก้า-3 สามารถลดภาวะอักเสบในเซลล์ ส่งผลให้ความชราภาพถูกชะลอให้ช้าลงได้

 

2. ลดภาวะซึมเศร้า กรดไขมันโอเมก้า-3 ได้รับฉายาว่าเป็นไขมันก่อสุข เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยให้ลดภาวะซึมเศร้า อารมณ์ดี และทำให้ความชราภาพเกิดขึ้นน้อยลง
 

3.ชะลออายุ เทโลเมียร์ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ส่วนปลายสุดของโครโมโซมแต่ละแท่ง ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว เทโลเมียร์จะสั้นลง เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เทโลเมียร์ที่ผ่านการแบ่งตัวหลายครั้งจะสั้นลงจนไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก ส่งผลให้อายุขัยจบสิ้นลง ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยในการออกฤทธิ์ชะลอการหดสั้นลงของเทโลเมียร์ได้ ทำให้ช่วยการชะลออายุได้

งาขี้ม่อน สมุนไพรเพิ่มความงาม
งาขี้ม่อน สมุนไพรเพิ่มความงาม

มีการวิจัยเมล็ดงาขี้ม่อนมีสารโอเมก้า 3 ซึ่งในร่างกายมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ เมล็ดงาขี้ม่อนมีประโยชน์มาก เช่น

  • ช่วยบำรุงสมอง
  • ชะลอความแก่
  • แก้เคล็ดขัดยอก
  • ลดริ้วรอยบนใบหน้า
  • บำรุงผิวได้ดี
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล       
6 เคล็ดลับอาหารบำรุงสมองสำหรับคนทำงาน
6 เคล็ดลับอาหารบำรุงสมองสำหรับคนทำงาน

1. สร้างเซลส์สมองด้วยโอเมก้า-3

2. ปกป้องสมองด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

3. เพิ่มพลังสมองด้วยโปรตีนและไทโรซีน

4. หล่อเลี้ยงสมองด้วยน้ำ

5. บำรุงสมองด้วยวิตามินและเกลือแร่

6. ควบคุมการทำงานของสมองด้วยไฟเบอร์

 

www.pickthebrain.com

น้ำมันงาม่อนสกัดเย็น อาหารเพื่อสุขภาพผิว
น้ำมันงาม่อนสกัดเย็น อาหารเพื่อสุขภาพผิว

            ในผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูง และไม่รักษาให้ลดลงสู่ระดับปกติ ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่หลอดเลือดแดง หลอดเลือดฝอย และปลายประสาท ซึ่งมีผลต่ออวัยวะต่างๆของร่างกายดังต่อไปนี้

  • ตา

ผู้ป่วยจะมีผนังหลอดเลือดในจอประสาทตาผิดปกติ และเกิดเส้นเลือดงอกใหม่จนเกิดเลือดออก น้ำตาขุ่นมัวจอดประสาทตาลอกจนทำให้ตาบอดได้

  • ไต

เบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตวาย ต้องล้างไต ควรตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อเช็คการทำงานของไต

  • เท้า

ทำให้ปลายประสาทชา รับความรู้สึกได้น้อยลง แผลหายยาก หากติดเชื้อรุนแรงและลุกลาม ทำให้ต้องตัดนิ้วหรือตัดขาได้

งาขี้ม่อน สมุนไพรชะลอวัย
งาขี้ม่อน สมุนไพรชะลอวัย

งาขี้ม่อน เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ได้เป็นทั้งอาหารและยาในประเทศแถบเอเชียมานานแล้ว ที่สำคัญ 

มีการวิจัยเมล็ดงาขี้ม่อน พบว่ามีสาร โอเมก้า 3 ในงาขี้ม่อน ซึ่งสารที่ว่านี้สำคัญมากครับ คือจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความแก่ แก้เคล็ดขัดยอก ลดริ้วรอยบนใบหน้า บำรุงผิวได้ดี

โดยเฉพาะในเรื่องของการชะลอความชรา ลดริ้วรอยบนใบหน้านั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกวัยต้องการ  หรืออาหารเสริมที่สามารถชะลอความแก่ ลดรอยย่นใบหน้าได้ 

ในงาขี้ม่อน มีสารโอเมก้า 3 เป็นเรื่องจริง โดยท่านอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จิรากร โกศัยเสวี ยืนยันว่า ตามที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน กรมวิชาการเกษตร ได้นำร่องงานวิจัยเกี่ยวกับการปลูกงาม้อน พบว่าในงาม้อนมีโอเมก้า 3 ซึ่งในร่างกายมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ เพราะฉะนั้น งาขี้ม่อนถือว่าเป็นงาสมุนไพรอีกตัวที่มีสารอาหารที่ดีอย่างโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมองและบำรุงร่างกาย ด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี