บทความ


อาหารต้านภัยฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5

ถึงแม้ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว PM 2.5 เริ่มเบาบางลง แต่อากาศในกรุงเทพฯ ก็ยังมีมลพิษให้สูดดมกันทุกวัน และแน่นอนว่าคนที่ได้รับผลกระทบนี้กันไปเต็มๆก็คือเรา แต่หนึ่งในวิธีที่จะดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ นั่นคือ การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต้านฤทธิ์มลพิษที่กำลังครองเมือง จะมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

 

1. ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บร็อกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ล้วนอุดมด้วยสารอาหารและวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะสารชัลโฟราเฟนที่ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จึงลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดจากฝุ่นพิษ และยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย

 

2. ผลไม้มากวิตามินซี นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปร่งปรั่งแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายที่อาจได้รับจากปัญหามลพิษ บรรเทาอาการภูมิแพ้และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น พบมากในผลไม้จำพวกฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

 

3. ปลาและอาหารทะเล เป็นอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ที่ช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ในร่างกายและมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพจากผลกระทบของฝุ่นพิษได้ พบได้ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาดุก ปลาช่อน กุ้ง หอย รวมถึงน้ำมันปลา ซึ่งการกินปลาด้วยวิธีต้ม แกง หรือนึ่งจะได้ประโยชน์ที่สุดเพราะโอเมก้า 3 จะสูญสลายหากผ่านความร้อนสูงๆ เช่นการทอด

 

4. ผักผลไม้สีส้ม-เหลือง-แดง เต็มไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะเสริมประสิทธิภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น พบมากในกลุ่มผักผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลือง และสีแดง เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท มันเทศ มันหวาน มะละกอข้าวโพด รวมถึงผักใบเขียวเข้มอย่างผักบุ้งและตำลึงก็ช่วยต้านฤทธิ์ฝุ่นจิ๋วได้

 

5. ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดแมงลัก เรื่อยไปถึงขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน ล้วนมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพได้เช่นกันเพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง บางชนิดนอกจากจะให้กรดโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับเนื้อปลาแล้ว ยังมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยชะลอการเสื่อมสมรรถภาพของเซลส์และปกป้องปอดจากมลพิษได้

 

นอกจากดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าลืมติดแว่นกันแดดและหน้ากากเพื่อป้องกันตัวเองจากฝุ่นละอองเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นควันพิษเยอะๆ อย่างน้อยก็จะเป็นเกราะกำบังช่วยลดผลกระทบจากมลพิษได้

 

ด้วยความห่วงใยจาก COCO MEGA 3 แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

คุณประโยชน์ของ Kale เคล ราชิณีแห่งผักใบเขียว

Kale เคลได้ชื่อว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง ไม่มีไขมัน

  • Kale เคล มี omega-3 omega-6 ที่ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ด้วยวิตามิน K ที่สูงช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ดี ป้องกันเลือดออกมาก นอกจากนี้วิตามิน K จากเคลสามารถรักษาโรคกระดูกพรุน และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม
  • วิตามิน A (Retinol) ยังช่วยเรื่องการลดรอยเหี่ยวย่นของผิว ลดอายุของผิว และเรตินอลยังช่วยเรื่องการงอกของผม ช่วยบำรุงสายตาเพราะลูทีนในผักเคล เป็นเสมือนตัวกรองแสงสีฟ้าให้กระจกตา ช่วยให้เซลล์บริเวณดวงตาแข็งแรง

Kale แน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านมะเร็ง

  • สารต้านอนุมูลอิสระไม่ว่าจะเป็นแคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และฟลาโวนอยด์ ช่วยปกป้องร่างกายจากมะเร็งได้ ซึ่ง beta-carotene และ vitamin C ที่มีมากในเคล ช่วยต่อต้านความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งและโรคอื่นๆ

Kale ดีต่อผิว ระบบเผาผลาญ และภูมิคุ้มกัน

  • การทานเคลแบบสดๆ ใส่อาหารที่ไม่ต้องทำให้สุกมาก จะยังคงวิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระไว้ ซึ่งช่วยป้องกันโรคหวัด เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบเผาผลาญซึ่งจำเป็นต่อการลดน้ำหนัก ให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ลดริ้วรอย ชะลอวัย

Kale ลดคอเลสเตอรอล ช่วยให้หัวใจแข็งแรง

  • เคลขึ้นชื่อว่าเป็นผักใบเขียวที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดคอเลสเตอรอลมากที่สุด ความสามารถอันนี้ทำให้ดีต่อระบบหัวใจ
  • แค่ทานเคล 1 ถ้วย หรือ 36 กรัมร่างกายก็จะได้รับวิตามิน C เกินกว่า 100% ของที่ควรจะได้รับต่อวันแล้ว แถมให้วิตามิน C มากกว่าส้ม ซ้ำยังมีน้ำตาลน้อยกว่า 20 เท่าหรือเรียกได้ว่าแทบไม่มีน้ำตาลเลย

Kale ดีท็อกซ์ ลดสารพิษสะสมในร่างกาย

  • Kale เคล เป็นตัวล้างสารพิษโดยธรรมชาติ เนื่องจากมีไฟเบอร์และซัลเฟอร์ที่ช่วยดึงพิษสะสมออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างจากอาหารแปรรูป มลภาวะ ยาฆ่าแมลง และสารพิษตกค้างจากยา ถ้าสะสมมากจะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้

Kale ธาตุเหล็กสูง ช่วยการไหลเวียนโลหิต

  • เคลยังมีธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อแดงถ้าเทียบจากแคลอรี่ ซึ่งธาตุเหล็กจะเป็นตัวสำคัญทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ช่วยให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ช่วยให้เซลล์เติบโต และจำเป็นต่อการทำงานของตับ

Kale ช่วยลดน้ำหนัก กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

  • เคลให้คาร์โบไฮเดรตที่มีค่า (GI) ต่ำ ซึ่งค่านี้ใช้วัดน้ำตาลในเลือดนั่นเอง จะช่วยจัดการระดับอินซูลินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อสุขภาพ

 

เห็นประโยชน์แน่นขนาดนี้คงต้องหันมาบริโภคผักเคลให้มากขึ้น หรือทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

ด้วยความห่วงใยจาก แคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น จาก mannature

โอเมก้า 6 คืออะไร

เมื่อพูดถึงโอเมก้า 3 กรดไขมันอีกตัวที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ “กรดไขมันโอเมก้า 6” เพราะกรดไขมันทั้งสองตัวนี้ทำงานควบคู่กัน โดยโอเมก้า 3 มีหน้าที่ทำให้เลือดไม่หนืดและไหลเวียนสะดวก ในขณะที่โอเมก้า 6 มีหน้าที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น

โอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้เหมือนกับ โอเมก้า 3 แต่เราสามารถได้รับจากการรับประทานอาหาร กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่สำคัญมีอยู่ 2 ประเภท คือ กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic acid : LA) และกรดไขมันอะราคิโดนิก (Arachidonic acid : ARA) พบมากในในน้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น

ความสำคัญของโอเมก้า 6 คือเป็นตัวถ่วงสมดุลของโอเมก้า 3 อีกทีหนึ่ง ดังนั้นหากร่างกายได้รับทั้งโอเมก้า 3 และ 6 พร้อมกันก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาในการทำงานได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของกรดไขมันโอเมก้า 6 คือ

  • ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ป้องกันการเกิดรังแคบนหนังศีรษะ
  • ลดอาการอักเสบและอาการปวดต่างๆ ตามร่างกาย
  • รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวจึงลดปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย
  • ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย และลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม แม้กรดไขมันทั้งสองชนิดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกกินอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารชนิดอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน ไม่ขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไป เช่นอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมทั้งโอเมก้า 3 และ 6เพื่อให้ระบบภายในของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล ด้วยความห่วงใยจาก mannature

เมล็ดเจีย สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ

"เมล็ดเจีย" หรือ "เมล็ดเชีย" เป็นหนึ่งในธัญพืชที่มีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันเมล็ดเจียได้รับความนิยมจากคนรักสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายเพื่อรักษารูปร่างให้ดูดี จึงกลายเป็นธัญพืชที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมในน้ำ เครื่องดื่ม รวมถึงอาหาร ทำให้ช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารได้มากขึ้น

คุณค่าทางสารอาหาร

  • เป็นธัญพืชที่มีน้ำมัน Omega-3 สูงมากกว่าปลาแซลมอนและพืชชนิดอื่นถึง 8 เท่า ช่วยบำรุงสมองและจอประสาทตา , ลดไขมันในเลือด, ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด และช่วยลดความรุนแรงของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ ได้
  • เมล็ดเจียมีแคลเซียม มากกว่านมสดหนึ่งแก้วถึง 6 เท่า จึงทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยลดการเสื่อมของกระดูกในผู้สูงอายุ
  • เมล็ดเจียมีไฟเบอร์ที่สูง ซึ่งเป็นกากใยอาหารที่สำคัญต่อการขับถ่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกหรือมีปัญหาระบบขับถ่าย
  • เมล็ดเจียมีมูซิลเลจสูงมาก เป็นกากใยที่ช่วยชะลอกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานและต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • เมล็ดเจียมีโปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอ โดยผ่านเข้าไปตามระบบไหลเวียนเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆ
  • เมล็ดเจียมมีใยอาหารเยอะ เนื่องจากเมล็ดเจียนั้นเต็มไปด้วยใยอาหารซึ่งสามารถดูดซึมของเหลวต่างๆ ได้อย่างดี ทำให้อิ่มนานขึ้น เมล็ดเจียจึงเป็นมิตรกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักโดยแท้

เมล็ดเจียจิ๋วแต่แจ๋ว สรรพคุณเยอะขนาดนี้ไม่หาทานไม่ได้แล้วแถมดีต่อร่างกาย สำหรับคนที่รักสุขภาพอาจนำเมล็ดเจียมาทำอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ ได้เช่นกัน ด้วยความห่วงใยจาก mannature

 

โอเมก้า-3 ลดความเสี่ยงจากหัวใจวาย

ผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์จามา อินเทอร์นอล เมดิซีนของสหรัฐ เผยผลการศึกษาด้วยวิธีการตรวจสอบระดับของโอเมก้า-3 ในเลือดและเนื้อเยื่อของอาสาสมัครที่ร่วมวิจัย 16 ประเทศ จากอาสาสมัครกว่า 45,630 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 7,973 ราย ที่เคยประสบกับอาการหัวใจวายครั้งแรกและเสียชีวิตจากหัวใจวายครั้งแรก 2,781 ราย

         

          ผลการศึกษาพบการกินอาหารและพืชที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหัวใจวายจนเสียชีวิตได้ราว 10% แต่ไม่มีผลมากนักต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจวายที่ไม่รุนแรง ซึ่งคณะนักวิจัยชี้ว่า การกินอาหารที่มีโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ

 

          อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า-3 ได้แก่ ปลาทะเลต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลากะตัก ซึ่งปลาที่มีโอเมก้า-3 มากยังเป็นแหล่งโปรตีนด้วย รวมถึงมีวิตามินดีและแร่ธาตุอื่นที่จำเป็นแก่ร่างกาย ส่วนพืชที่มีโอเมก้า-3 มาก ได้แก่ ถั่ววอลนัท, น้ำมันเมล็ดลินิน, น้ำมันคาโนลา รวมถึงถั่วและน้ำมันจากเมล็ดพืชอีกบางชนิด.

 

          แต่อย่างไรก็ตามผลวิจัยนี้อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นยังไงผู้ที่มีปัญหาด้านโรคหัวใจควรปรึกษาและทำตามคำแนะนำของแพทย์ โอเมก้า 3 อาจจะช่วยในการบำรุงได้เพราะฉะนั้นควรเลือกอาหารเสริมที่เหมาะสมด้วยความห่วงใยจาก mannature

น้ำมันปลาประโยชน์สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

          น้ำมันปลา หรือ Fish oil คือ ไขมันของปลา ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จําเป็นต่อร่างกาย คือ กรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งปลาทะเลในประเทศแถบอากาศหนาวนั้นจะมีกรดไขมันจําเป็นในปริมาณที่สูง และมีไขมันประเภทคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในปริมาณที่ต่ำ จึงนิยมนําปลาทะเลเหล่านี้มาสกัดเอาน้ำมันปลา

          ไขมันในน้ำมันปลาจะช่วยสร้างองค์ประกอบที่สําคัญของเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกาย รวมทั้งเนื้อสมอง เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ ควบคุมการเกิดลิ่มเลือด และสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย โดยเฉพาะโอเมก้า 3 จะช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดที่จะไปอุดเส้นเลือดฝอยของหัวใจ และทําให้ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอันตรายลดต่ำลง

          การกินน้ำมันปลาอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดอาการอักเสบของข้อกระดูกของแม่ท้องได้ ทั้งนี้แม่ท้องควรเริ่มทานน้ำมันปลาตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ประโยชน์ของน้ำมันปลา

  • น้ำมันปลาสามารถช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับทารกได้
  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 สามารถช่วยพัฒนาการทำงานด้านต่าง ๆ ของเซลล์ได้
  • DHA อาจช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของทารกได้
  • ช่วยลดอาการอักเสบของข้อกระดูกของคนท้องได้
  • โอเมก้า 3 จะช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดที่จะไปอุดเส้นเลือดฝอยของหัวใจ
Omega 3 บำรุงสมองแถมชะลออายุ

โอเมก้า-3 คือกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่ประกอบด้วยกรดไขมันหลัก 2 ตัว คือ "ดีเอชเอ" และ "อีพีเอ" ซึ่ง กรดไขมันโอเมก้า-3 ยังมีส่วนช่วยต่อกลไกการยืดอายุขัยและชะลอความชรา 3 ประการคือ

 

1. ต้านการอักเสบ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันน้อยลง ทำให้เกิดภาวะอักเสบในเซลล์ และนำไปสู่การสิ้นอายุขัยของเซลล์ในที่สุด ซึ่งโอเมก้า-3 สามารถลดภาวะอักเสบในเซลล์ ส่งผลให้ความชราภาพถูกชะลอให้ช้าลงได้

 

2. ลดภาวะซึมเศร้า กรดไขมันโอเมก้า-3 ได้รับฉายาว่าเป็นไขมันก่อสุข เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยให้ลดภาวะซึมเศร้า อารมณ์ดี และทำให้ความชราภาพเกิดขึ้นน้อยลง
 

3.ชะลออายุ เทโลเมียร์ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่อยู่ส่วนปลายสุดของโครโมโซมแต่ละแท่ง ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว เทโลเมียร์จะสั้นลง เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เทโลเมียร์ที่ผ่านการแบ่งตัวหลายครั้งจะสั้นลงจนไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก ส่งผลให้อายุขัยจบสิ้นลง ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า-3 มีส่วนช่วยในการออกฤทธิ์ชะลอการหดสั้นลงของเทโลเมียร์ได้ ทำให้ช่วยการชะลออายุได้

งาขี้ม่อน สมุนไพรเพิ่มความงาม

มีการวิจัยเมล็ดงาขี้ม่อนมีสารโอเมก้า 3 ซึ่งในร่างกายมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ เมล็ดงาขี้ม่อนมีประโยชน์มาก เช่น

  • ช่วยบำรุงสมอง
  • ชะลอความแก่
  • แก้เคล็ดขัดยอก
  • ลดริ้วรอยบนใบหน้า
  • บำรุงผิวได้ดี
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล       
6 เคล็ดลับอาหารบำรุงสมองสำหรับคนทำงาน

1. สร้างเซลส์สมองด้วยโอเมก้า-3

2. ปกป้องสมองด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

3. เพิ่มพลังสมองด้วยโปรตีนและไทโรซีน

4. หล่อเลี้ยงสมองด้วยน้ำ

5. บำรุงสมองด้วยวิตามินและเกลือแร่

6. ควบคุมการทำงานของสมองด้วยไฟเบอร์

 

www.pickthebrain.com

น้ำมันงาม่อนสกัดเย็น อาหารเพื่อสุขภาพผิว

            ในผู้ป่วยเบาหวาน ถ้าปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูง และไม่รักษาให้ลดลงสู่ระดับปกติ ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่หลอดเลือดแดง หลอดเลือดฝอย และปลายประสาท ซึ่งมีผลต่ออวัยวะต่างๆของร่างกายดังต่อไปนี้

  • ตา

ผู้ป่วยจะมีผนังหลอดเลือดในจอประสาทตาผิดปกติ และเกิดเส้นเลือดงอกใหม่จนเกิดเลือดออก น้ำตาขุ่นมัวจอดประสาทตาลอกจนทำให้ตาบอดได้

  • ไต

เบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตวาย ต้องล้างไต ควรตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อเช็คการทำงานของไต

  • เท้า

ทำให้ปลายประสาทชา รับความรู้สึกได้น้อยลง แผลหายยาก หากติดเชื้อรุนแรงและลุกลาม ทำให้ต้องตัดนิ้วหรือตัดขาได้

งาขี้ม่อน สมุนไพรชะลอวัย

งาขี้ม่อน เป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ได้เป็นทั้งอาหารและยาในประเทศแถบเอเชียมานานแล้ว ที่สำคัญ 

มีการวิจัยเมล็ดงาขี้ม่อน พบว่ามีสาร โอเมก้า 3 ในงาขี้ม่อน ซึ่งสารที่ว่านี้สำคัญมากครับ คือจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความแก่ แก้เคล็ดขัดยอก ลดริ้วรอยบนใบหน้า บำรุงผิวได้ดี

โดยเฉพาะในเรื่องของการชะลอความชรา ลดริ้วรอยบนใบหน้านั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกวัยต้องการ  หรืออาหารเสริมที่สามารถชะลอความแก่ ลดรอยย่นใบหน้าได้ 

ในงาขี้ม่อน มีสารโอเมก้า 3 เป็นเรื่องจริง โดยท่านอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จิรากร โกศัยเสวี ยืนยันว่า ตามที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรน่าน กรมวิชาการเกษตร ได้นำร่องงานวิจัยเกี่ยวกับการปลูกงาม้อน พบว่าในงาม้อนมีโอเมก้า 3 ซึ่งในร่างกายมนุษย์เราไม่สามารถผลิตเองได้ เพราะฉะนั้น งาขี้ม่อนถือว่าเป็นงาสมุนไพรอีกตัวที่มีสารอาหารที่ดีอย่างโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมองและบำรุงร่างกาย ด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี